ข่าวการสำรวจใบลาน
HOME
เกี่ยวกับโครงการ
บุคลากร
งานวิจัย
สมุดเยี่ยม
ฐานข้อมูล
การสำรวจใบลานในเขตท้องที่ อำเภอ ยางสีสุราช(บางส่วน) และ อำเภอนาเชือก
วันพฤหัสบดี ที่ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๔๗

               การสำรวจในวันนี้เป็นวันที่สำรวจสืบเนื่องจากเมื่อวานเป็นการสำรวจวัดใน อ.ยางสีสุราชกลุ่มสุดท้ายชึ่งการเดินทางก็ไม่แตกต่างกันกับเมื่อวานเท่าใดนักจากข้อมูลการสำรวจใบลานของวิทยาลัยครูมหาสารคาม(ปัจจุบันเป็นสถาบันราชภัฎมหาสารคาม)  ได้ทำสถิติการสำรวจไว้ดังนี้
               ๑.) วัดยางสีสุราช ต.ยางสีสุราช มีใบลานจำนวน ๗๙๙ ผูก
               ๒.) วัดหนองบุวชุม ต.นาภู มีใบลานจำนวน ๒๕๔ ผูก
               ๓.) วัดดงเมืองน้อย ต. ดงเมือง มีจำนวนใบลาน ๖๐๑ ผูก
               ในการสำรวจครั้งนี้ได้เพิ่มการสำรวจขึ้นอีกหลายหมู่บ้านซึ่งอยู่นอกเหนือบัญชีที่ทางวิทยาลัยครูมหาสารคาม (ปัจจุบันเป็นสถาบันราชภัฎมหาสารคาม) สำรวจโดยถือว่าโครงการได้สำรวจเพิ่มเติมและในส่วนที่มีอยู่ในบัญชีก็ถือว่าเป็นการสำรวจอีกครั้งถึงสภาพใบลานปัจจุบัน ในวันนี้มีการออกสำรวจวัดต่าง ๆ ดังนี้
               ๑.) วัดยางสีสุราช ต. ยางสีสุราช อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม จากการตรวจสอบครั้งล่าสุดนี้สภาพใบลานที่ถือว่ามีจำนวนมากแต่ถูกน้ำชำรุดเกือบหมดใบลานเป็นผงเนื่องจากโดนความชื้นจึงเป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งส่วนใหญ่จะเป็นตัวอักษรขอมเรื่องเป็นเกียวกับบาลีเช่นมูลกัจจายน์ อภิธรรม เพราะทั้งในอดีตและปัจจุบันทางวัดได้เปิดเป็นสำนักเรียนปริยัติธรรม
ทางคณะสำรวจไม่สามารถที่จะสำรวจส่วนที่ชำรุดได้และสำรวจใบลานที่สภาพดีเพียงส่วนน้อยครั้งนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ว่าความก้าวหน้าความสะดวกสบายในปัจจุบันทำให้ลืมเสียซึ่งอดีตของตัวเองดังคำอีสานที่ว่า "ได้เต่าแล้วลืมหมา" นั่นแหละท่านเฮย
 
               ๒.) วัดบ้านหนองแปน ตำบลหนองแปน อำเภอยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม
วัดดังกล่าวเป็นวัดที่ไม่มีใบลานแต่เป็นวัดที่ทางโครงการได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุในวัดและถือโอกาสกินข้าวเที่ยงด้วยในโอกาสเดียวกัน จึงเห็นภาพความเป็นอยู่ที่ชาวชนบทส่วนใหญ่ที่จะปฏิบัติกันเป็นประจำทุกวันเป็นการเข้าใกล้ธรรมะอย่างหนึ่งดังคำโบราณว่าไว้ดังนี้คือ
"อยากได้บุญให้ปลูกข้าวใส่พะลานหิน อยากมีศีลให้เปิดซิ่นในวัด" พะลานหิน ในที่นี้หมายถึง บาตรพระซึ่งแข็งและเปรียบได้กับพระที่ถือว่าเป็น "เนื้อนาบุญ" ของโลก การปลูกข้าวใส่พะลานหินคือทำบุญกับพระคุณเจ้านั่นเอง ส่วนคำว่าอยากมีศีลให้เปิดซิ่นในวัด นั้นคนอ่านเพียงผิวเผินจะคิดว่าคนพูดนี้ลามกสัปดน แต่นัยที่แฝงนั้นลองคิดดูลึกๆ การใช้ซิ่นของคนเรานั้นส่วนมากจะเป็นสตรีโดยสตรีสมัยก่อนจะมีแนวคิดที่แตกต่างจากปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง สมัยนี้สิทธิจะทัดเทียมบุรุษแทบทุกอย่างแต่ในอดีตนั้นสตรีไม่สามารถแม้จะออกความคิดเห็นได้เลย สิ่งที่ไม่แตกต่างกันทั้งในอดีตและปัจจุบันคือ สตรีบวชเป็นภิกษุไม่ได้ แต่สตรีในอดีตมีความคิดที่เป็นบุญเป็นกุศลโดยการทอผ้าซิ่นของตัวเองยังไม่ได้ใช้นั้นมาห่อคัมภีร์ใบลานซึ่งถือว่าเป็นการทำกุศลอย่างหนึ่งที่สตรีในอดีตทำได้ การเปิดซิ่นคือการเปิดอ่านคัมภีร์ที่ห่อไว้ด้วยซิ่นนั่นเอง เป็นการอ่านธรรมคำสอนเพื่อน้อมนำมาปฏิบัติ ข้อศีล ข้อประพฤติ ให้เป็นไปตามครรลองในแนวความดี และสังคมก็มีความสุขนั่นเอง
                   
               ๓.) วัดหนองบัวชุม ต.นาภู อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม เป็นวัดติดในบัญชีการสำรวจเอกสารโบราณของวิทยาลัยครูมหาสารคาม (ปัจจุบันเป็นสถาบันราชภัฎมหาสารคาม) เป็นอันดับสองรองจากวัดยางสีสุราช เ ป็นวัดที่อยู่ลึกมากถือว่าเป็นหมู่บ้าน   "สอกหลีก" อีกหมู่บ้านหนึ่งก็ว่าได้แต่ก็น่าเสียดายเป็นอย่างมากที่ทางคณะสำรวจไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้เนื่องจากทางวัดไม่มีกุญแจเปิดให้สำรวจ เพราะกุญแจอยู่กับอดีตเจ้าอาวาสวัดซึ่งไปจำพรรษาที่วัดอื่น ลูกกุญแจจึงติดไปด้วยและมีอีกเหตุผลคือความไม่ไว้วางใจนั่นเอง แต่ก็ยังดีที่ใบลานยังถูกเก็บรักษาไว้ถึงแม้จะไม่รู้ว่าสภาพภายในนั้นเป็นเช่นไรทางโครงการจะสำรวจอีกครั้งและจะไปกราบเรียนอดีตเจ้าอาวาสวัดเพื่อเข้าสำรวจอีกต่อไป
                    
               ๔.) วัดค้อธิหนองม่วง ต.นาเชือก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม ได้รับการแนะนำจากท่านอาจารย์ ประเทศ ปัจจังคะตา นักวิจัยประจำสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน ว่าวัดแห่งนี้มีใบลานจำนวนมากเนื่องจากทางคณะสำรวจได้อยู่ในพื้นที่เดียวกันจึงได้แวะเพื่อทำการสำรวจสภาพใบลานประมาณครึ่งต่อครึ่งที่สมบูรณ์และพลัดผูกเหตุเนื่องจากใบลานมีจำนวนมากเพราะวัดแห่งนี้เคยเป็นสำนักเรียนเก่าและเป็นศูนย์ในการฝึกสมาธิแก่เยาวชนด้วย ทางคณะสำรวจใช้เวลาในการทำความสะอาด ประมาณ ๔ ชั่วโมงทั้งปัดกวาดเช็ดถูบริเวณศาลาที่เต็มไปด้วยฝุ่นจากการสังเกตใบลานแต่ยังไม่สำรวจอย่างละเอียดใบลานส่วนมากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระอภิธรรม มูลกัจจายน์ซึ่งเป็นการเรียนบาลีระดับสูงสำหรับภิกษุจำนวนมากทางคณะสำรวจได้นัดหมายกำหนดการที่จะตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๔๗ นี้
               ๕.) วัดทักษิณาราม ต.นาเชือก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม เป็นวัดที่ติดกับทางหลวงสายบรบือ-พยัคฆ์ เลยนาเชือกประมาณ ๔ กิโลเมตร เป็นวัดที่เปิดเป็นสำนักเรียนปริยัติธรรมสายสามัญทางโครงการได้เข้าสำรวจแล้วได้พบธรรมาสน์โบราณที่อายุกว่า ๘๐ ปี สภาพใช้งานได้แต่ไม่พบใบลาน คณะสำรวจจึงถือว่าวัดนี้เป็นวัดสุดท้ายของวันนี้

              จากการสำรวจหลายครั้งนั้นแม้จะได้ข้อมูลเดิมจากวิทยาลัยครูมหาสารคาม(ปัจจุบันเป็นสถาบันราชภัฎมหาสารคาม) ข้อมูลดังกล่าวสามารถใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานเท่านั้นเพราะจากการสังเกตระยะเวลาในการสำรวจครั้งนั้นเป็นเวลากว่า ๒๐ ปีแล้วการสำรวจครั้งนี้ถือว่าเป็นการ ตรวจซ้ำซึ่งบางวัดที่มีบัญชีในอดีตมากแต่ปัจจุบันนั้นได้สูญหายหรือไม่ก็ชำรุดไม่เหลือสภาพใช้งานแล้ว
               การเดินทางครั้งนี้ถือว่าเป็นการต่อก้าวจากครั้งนั้นเพื่อเสริมความเป็นอัตลักษณ์ของเราชาวอีสานไม่ได้ทำแข่งหรือสู้เพราะพวกเราเป็นเพียงคนรุ่นใหม่ที่ยังต้องการเชื้อจากคนรุ่นเก่าที่จะนำไปใช้ไปพัฒนาต่อไป ถ้าเป็นไปได้ในไม่ช้านี้โรงเรียนหรือหลักสูตรภาษาถิ่นทั้งพูดและเขียนน่าจะเกิดขึ้น เป็นการเริมต้นในความนึกคิดที่น่าจะเป็นไปได้และนั่นแหละคือกุญแจไขภูมิปัญญาอีสานดอกสำคัญเทียวล่ะ
เรียบเรียง นายณรงค์ศักดิ์ ราวะรินทร์
ถ่ายภาพ ผศ.วีณา วีสเพ็ญ

โครงการอนุรักษ์ใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม  อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ๔๔๑๕๐  โทร. ๐๔๓-๗๕๔๓๒๑-๔๐ ต่อ ๒๐๑๘, ๒๐๒๑
เพื่อความสวยงามของจอภาพควรใช้ text size : medium
ความละเอียดของจอภาพ ๘๐๐ x ๖๐๐ 
ส่งข้อแนะนำ หรือข้อคิดเห็น ได้ที่ :
Webmaster